ถ้าเราไม่ใส่ใจว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้นๆ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าประเภทไหน ไม่ว่าจะอุปโภค-บริโภค, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง, หรือแม้กระทั่ง ปุ๋ย เป็นต้น การที่มีลูกค้าซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม โดยปกติแล้วธุรกิจเครือข่ายจะต้องมี ระบบจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ การเก็บข้อมูลตรงนี้จะเป็นตัวบอกว่า ในเดือนหนึ่งๆ ที่ผ่านไปใครซื้อสินค้า หรือขายสินค้ามากน้อยแค่ไหน และปันผลคืนให้ในรูปแบบของสหกรณ์ในโรงเรียนตอนเด็ก ๆ นั้นหล่ะ ซื้อเยอะก็ได้คืนเยอะ ซื้อน้อยก็ได้คืนน้อย ก่อนที่จะเป็นธุรกิจเครือข่ายก็คือ สหกรณ์นั่นเอง เมื่อธุรกิจที่มีลักษณะของสหกรณ์ มันไม่แฟร์ตรงที่ เราอุตส่าห์ไปบอกเพื่อน ให้มาซื้อของที่นี้แล้วได้เงินคืน ทำไมเราไม่ได้อะไรกลับมาบ้างน้า ก็เราเป็นคนโฆษณาให้ชัด ๆ รู้ไหมว่าสหกรณ์ของคนเติบโตขึ้นได้เพราะ เรานะเนี่ย….นี่หล่ะธุรกิจเครือข่ายคือ “คำตอบ ”
ในธุรกิจเครือข่ายจะต้องมีระบบที่คอยจดจำให้เราว่า เราชักชวนหรือแนะนำ สินค้าให้ใครบ้าง เราไปบอกให้ใครมาซื้อบ้าง ซึ่งยิ่งบอกเยอะคนซื้อก็เยอะขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียกว่า องค์กรหรือเครือข่าย อัตราการบริโภคหรือใช้สินค้า ผ่านการแนะนำของเราและองค์กร ถือว่าเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตรงนี้ เพราะถ้าเราไม่บอกไม่แนะนำก็ไม่มีคนมาซื้อของจากบริษัทคุณหรอกนะ ตรงนี้เองที่บริษัทธุรกิจเครือข่าย เค้าสำนึกในบุญคุณของเรา จึงผลปันเป็นรายได้ให้กับเรานั้นเอง ตรงนี้เองที่เอาไว้พิสูจน์แหล่งที่มาของรายได้ในธุรกิจเครือข่ายต่างๆ คราวนี้เราก็ต้องมาดูอีกว่า บริษัทไหนปันผลให้กับเราหรือสมาชิกอย่างไรบ้าง
ลักษณะการปันผลในธุรกิจเครือข่าย
ทุกๆ ธุรกิจเครือข่ายจะปันผลในกับลูกค้าและองค์กรของเค้าผ่านทางข้อกำหนดของ แผนการตลาด นั้นเอง ที่เค้าเรียก ๆ กันว่า แผนฉันดีอย่างนั้น อย่างนี้ อย่าไปเสียเวลาเอา แผนการตลาดของเราไปทะเลาะกับแผนการตลาดของคนอื่นเลย แต่ละแผนสร้างให้มีคนที่ประสบความสำเร็จ กันแล้วทั้งนั้น แผนการตลาด เป็นข้อกำหนดที่บอกว่าเราและองค์กรมียอดใช้สินค้าเท่าไหร่ แล้วจะปันผลเป็นกี่ % ( เปอร์เซ็นต์ ) คนที่ไม่เข้าใจลักษณะแผนการตลาดแบบนี้มักจะมองว่า
ธุรกิจเครือข่าย > แชร์ลูกโซ่ > กินหัวคิว > ธุรกิจน่ารังเกียจ
มองแบบนี้บอกได้ว่าเค้าไม่เข้าใจ รูปแบบการดำเนินธุรกิจในแบบที่ดิฉันอธิบายไปข้างต้น ยังไม่อีกหลากหลายเหตุผลที่เราสามารถยกขึ้นมาเป็นปัจจัยสนับสนุนในเข้าใจมากขึ้นได้อีก
อีกข้อหนึ่งที่เราต้องยอมรับว่า ธุรกิจเครือข่ายนี้ทำให้คนประสบความสำเร็จเป็นหลักหลายล้านคนทั่วโลกมาแล้วก็ว่าได้ ผลิตจากชีวิตคนจนที่ไม่มีอะไรเลย ให้กลับกลายเป็นเศรษฐีได้ แต่อีกแง่หนึ่งก็มีอีกหลายคนที่ต้องเจ็บตัวกับธุรกิจเครือข่ายเช่นกัน ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องทำอยู่ในความถูกต้อง ถูกระบบ ถูกที่ ถูกเวลา ถูกคน และถูกวิธีการที่เราทำได้จริงๆ อย่าเอาแต่ใจคนอื่น หรือความต้องการของคนอื่นเป็นหลัก เพราะจะทำให้สูญเสียความเป็นตัวเราไปได้ สุดท้ายก็หมดสิ้นทุกอย่างที่ไม่น่าจะสูญเสียเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น